Home » » สวยพราวเสน่ห์ ! เปิดโปรไฟล์แซ่บแก่น 'พิงค์ ธิดา' แค่เห็นก็ใจละลาย !!!!!!!

สวยพราวเสน่ห์ ! เปิดโปรไฟล์แซ่บแก่น 'พิงค์ ธิดา' แค่เห็นก็ใจละลาย !!!!!!!

Written By vibykhmer on Monday, May 30, 2016 | 8:57 PM


ร้องเฮกันให้ลั่น!! สำหรับวันสุดท้ายของเดือน บอกตรงๆมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ คงไม่รอคอยวันไหนเท่าวันเงินเดือนออก กว่าจะถึงวันนี้ได้น้ำตาจะไหลค่ะคุณณณ แต่ไม่ว่าจะต้นเดือน กลางเดือน หรือสิ้นเดือนแบบนี้สำหรับใครคนไหนที่ตั้งตาคอย ไฮโซโปรไฟล์ คอลัมน์เปิดประวัติ-อัพเดตชีวิตเหล่าเซเลบฯ-คนดังระดับแถวหน้าของเมืองไทย กลับมาคราวนี้เราก็มีสาวสวย รวยความสามารถ แถมยังเรียนเก่งไม่เป็นรองใคร อิมพอร์ตมาให้แฟนๆ กดฟอลโลว์กันอีกแล้ว ซึ่งเธอคนนี้เป็นหนึ่งในลูกสาวสามใบเถาของ 'ปรีชา-อมิตา จิรา' นักธุรกิจใหญ่แห่งวงการอสังหาริมทรัพย์

ฮั่นแน่ ! เริ่มสงสัยกันแล้วล่ะสิว่าใคร จะเป็นคนไหนกัน งั้นอย่ารอช้าไปเปิดโปรไฟล์ของเธอพร้อมๆ กันเลยดีกว่า …!


แนะนำตัวเองหน่อย

ชื่อ พิงค์-ธิดา จิรา นะคะ เพิ่งเรียนจบจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะสถาปัตย์ฯ อินเตอร์ มาได้ 1 ปี ตอนนี้กำลังทำธุรกิจจิวเวลลี่กับพี่สาว 2 คนอยู่ค่ะ ชื่อแบรนด์ 'สาตาดา (Satada)' ชื่อแบรนด์มาจากอักษรตัวสุดท้ายของเราพี่น้อง 3 คน (คนโตชื่อ ลิสา, คนรองชื่อ ริตา และเราน้องเล็กสุดชื่อ ธิดา) นี่เป็นธุรกิจของเรา 3 คนเองเลย ส่วนอนาคตอันใกล้ก็มีแพลนจะไปเรียนต่อ Management ที่สหรัฐอเมริกาค่ะ

'พิงค์-ธิดา จิรา' เธอมาในลุคนางพญา
วันเกิด : 18-02-1992
ส่วนสูง-น้ำหนัก : 165 ซม.-48 กก.
พี่น้อง : มีพี่สาว 2 คนค่ะ 
การศึกษา : Architecture Facilty-Cu (English Program)
อาหารที่ชอบ : แน่นอน…อาหารไทย ญี่ปุ่น และอิตาเลียน
ที่เที่ยวสุดโปรด : ฮ่องกง และญี่ปุ่นเลิฟสุด
สิ่งที่เกลียด-กลัวสุดๆ : ไม่มีเลย 555
คติประจำใจ : ตั้งใจทำทุกอย่างให้ดีที่สุด
Instagram : pinkjira
Facebook : Jira Pink


เหตุผลที่เลือกเรียนสถาปัตยกรรม
ที่เลือกเรียนคณะนี้ เพราะตอนนั้นเราชอบเกี่ยวกับอินทีเรียตกแต่งภายใน และก็โครงสร้างตึกต่างๆ อีกทั้งเราเป็นคนหัวศิลปะ ชอบสร้างสรรค์อะไรแต่เด็กอยู่แล้ว มันก็เลยทำให้เราสนุกไปกับการเรียน ทว่าพอเรียนไปสักพักเรารู้สึกว่ามันยากนะ และมันต้องใช้คนเยอะในการทำโน่นทำนี่ เราก็เลยเปลี่ยนใจที่คิดว่าจะเป็นอินทีเรีย ดีไซน์ เพราะคิดว่ามันคงนานกว่าจะประสบความสำเร็จ มาเป็นทำธุรกิจโรงแรมบูทีคเล็กๆ แทน อันนี้น่าจะโอเคมากกว่า ถ้าถามว่าทำไมถึงเลือกทำโรงแรม เราว่ามันเป็นความฝันอีกอย่างหนึ่งที่เราอยากเป็นเจ้าของโรงแรมเอง และเอาความรู้-การตกแต่งอะไรต่างๆ จากสถาปัตยฯ ที่เรียนมาปรับให้สวยเก๋ในแบบที่เราอยากให้เป็น

แอ็กท่าเบาๆ ก็เอาอยู่ !
แรงบันดาลใจต่อยอดความคิด
ก็คงมาจากเวลาที่เราไปเที่ยวนะ มันจะได้อินสไปร์อะไรเยอะเลย อย่างประเทศญี่ปุ่นก็จะมีบ้านน่ารักๆ เก๋ๆ ดีไซน์แปลกๆ เราก็เอาพวกนี้ล่ะมาเป็นไอเดียต่อยอดในงานของเรา หรือเวลาเราไปเที่ยวยุโรป เราก็เอาศิลปะในยุคต่างๆ มาปรับกับความคิดให้มันดูแตกต่างออกไป


กับธุรกิจเครื่องประดับแบรนด์ 'สาตาดา (Satada)' ที่ทำอยู่ตอนนี้
ธุรกิจตอนนี้โอเคเลย ลงตัวทุกอย่าง อาจเพราะเราได้พี่แพร พี่สาวคนโตมาเป็นหัวเรือดูธุรกิจควบคุมทุกอย่างให้ เอาจริงๆ เราแทบไม่ได้เข้าไปช่วยอะไรมากเลยนะ พี่แพรจะเป็นหัวหอกใหญ่ในการออกแบบ และวางแผนด้านธุรกิจทุกอย่าง อย่างตอนที่เราเรียนอยู่จุฬาก็มีเข้ามาช่วยดูแลงานบ้าง อาจเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ หรือถ้าวันไหนว่างๆ ก็จะเข้ามาดูธุรกิจว่าเป็นยังไง ถึงขั้นตอนไหนแล้ว เพราะคณะที่เราเรียนค่อนข้างหนักอยู่แล้ว ไหนจะต้องทำงานออกแบบส่ง ไหนจะอ่านหนังสือเตรียมสอบอีก ฉะนั้นพี่แพรก็จะเข้ามาดูแลซัพพอร์ตงานตรงส่วนของเราให้


'พิงค์-ธิดา จิรา' กับธุรกิจที่ไปได้สวย...
ประสบการณ์จากธุรกิจ
คงเป็นเรื่องการทำงานเป็นทีม เวลามีความคิด-ไอเดียอะไรใหม่ๆ ก็ต้องแชร์กัน มีการวางแผนร่วมกัน เพราะมันไม่ใช่งานที่ทำแค่คนเดียว การที่เรามาทำธุรกิจกับพี่ๆ มันได้สอนอะไรเยอะแยะ โดยเฉพาะเข้าใจถึงการทำงานร่วมกันมากขึ้น ถ้าขาดใครไปสักคนหนึ่งผลงานก็คงไม่ Success อย่างเวลาประชุมเราต้องรอทุกคนประชุม เพราะทุกคนมีส่วนร่วมกับแบรนด์ เวลาจะออกแบบดีไซน์มาอย่างหนึ่ง หรือไปขายที่ไหนก็ตามแต่ ต้องมีการตกลงกันให้ทุกคนได้รับรู้ ฉะนั้นเราคิดว่าสิ่งสำคัญสุดที่เราได้รับจากการประเดิมธุรกิจแรก ก็คือการได้เรียนรู้ทำงานร่วมกับผู้อื่นนะ

เอาจริงๆ ธุรกิจนี้มันทำให้เราโตขึ้นมากนะ 1. แน่นอนเลยคือ เรื่องของความรับผิดชอบที่ต้องมีมากขึ้น 2. การแบ่งเวลา-เรียงลำดับความสำคัญ มันทำให้เรามีระเบียบในการคิดมากขึ้น รู้ว่าสิ่งไหนควรทำก่อน-ทำหลัง งานไหนมีความสำคัญมากที่สุดต้องรอบคอบ และทำอันนั้นก่อน ตัวคุณพ่อเองไม่ได้สอนเรื่องธุรกิจอะไรเรามากนัก แค่บอกให้ทำในสิ่งที่ชอบจริงๆ เท่านั้นก็พอ เพราะไม่งั้นมันจะต่อยอดต่อๆ ไปไม่ได้ ถ้าเราไม่ได้รู้สึกมี Passion รู้สึกรักอยากจะทำมันจริงๆ

3 ลูกสาวสุดรักสุดหวงของ 'ปรีชา-อมิตา จิรา' นักธุรกิจใหญ่แห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ ... เห็นแล้วรักพี่เสียดายน้องกันเลย
ไอเดียสถาปัตยฯ ปรับใช้กับธุรกิจเครื่องประดับ
มีนะ มีเอามาทำคอมพิวเตอร์ และก็ปรับใช้ในเรื่องการสร้างโครง ร่างโครงแหวนกับต่างหู จิวเวลลี่เหล่านี้ต้องมีการวางโครงดีๆ จากนั้นค่อยไปให้ช่างทำอีกที ส่วนใหญ่จิวเวลลี่ของ 'สาตาดา (Satada)' จะใช้มุกหมดเลย อาจมีคริสตัลเข้ามาแซมบ้างนิดหน่อย

แพลนเรียนต่อปริญญาโท
ตอนนี้มีแพลนว่าจะไปเรียนต่อ Management ที่สหรัฐอเมริกา เป็นการเรียนโควกับอีก 2 ประเทศ ก็คือ สเปน และไต้หวัน ทั้งหมดเราต้องไปเรียน 3 ที่ถึงจะจบ ป.โท เราว่าก็ดีนะ นอกจากจะได้เจอเพื่อนใหม่หลากหลาย ได้ประสบการณ์แตกต่างที่เราไม่เคยเจอ ยังได้ไปเที่ยวที่ต่างๆ ด้วย ซึ่งมันเป็นอะไรที่ท้าทายเราพอสมควร เพราะเราก็ไปเรียนคนเดียว เดินทางคนเดียว ทำอะไรคนเดียว สำหรับคุณพ่อไม่ได้ฟิกนะว่าจะให้เราเรียนอะไร แต่เหมือนเราโตขึ้น เราอยากเปิดธุรกิจของตัวเอง ฉะนั้นมันก็ต้องรู้ระบบการบริหารทั้งหมดว่า เริ่มจากที่ไหน อะไร ยังไง ขั้นตอนต่างๆ เป็นยังไง เพราะตอนนี้เราไม่รู้เรื่องอะไรเลย ไม่ได้เรียนบริหารมาโดยตรง นั่นเลยทำให้เราตัดสินใจเรียนด้านนี้เพื่อจะรู้กระบวนการตั้งแต่เริ่มแรก



ไปขับรถเล่นกันไหมคะ =)

ไลฟ์สไตล์สุดชิล
เวลาว่างที่ไม่ได้ติดงานอะไร เราก็จะออกไปเจอเพื่อนๆ นัดทานข้าวกันบ้าง เที่ยวเล่นตามประสา ปกติเวลาอยู่บ้านเราจะแต่งตัวชิคๆ หน่อยนะ ใส่เสื้อกล้าม กางเกงเอวสูงสบายๆ แล้วก็รองเท้า Standal ทว่าวันไหนที่ต้องไปเจอเพื่อนๆ เราก็จะเปลี่ยนลุคแต่งเป็นสาวเปรี้ยว เฉี่ยวๆ เลย เราเป็นคนไม่ชอบใส่อะไรหวานๆ อย่างสีชมพู หรือสีพาสเทล ที่บ้านจะไม่ค่อยมีเลย ถ้าถามว่าเราเป็นคนแต่งตัวโป๊ไหม จริงๆ ก็ไม่ได้อะไรขนาดนั้น มันแล้วแต่ตามงานตามโอกาสมากกว่า โดยรวมแล้วเราคิดว่า เราเป็นคนชอบแต่งตัว-แมทตช์เสื้อผ้าเก่งคนหนึ่งเลยล่ะ (หัวเราะร่า)



เซ็กซี่รับทะเลเบาๆ

แหล่งช็อปปิ้ง...ใช่เลย
แหล่งช็อปปิ้งสุดโปรดต้องนี่เลย 'ฮ่องกง' ยิ่งเวลาลดราคา มันจะซื้อได้เยอะมาก เราชอบไปซื้อเสื้อผ้าที่นั่น แถมถ้าครั้งไหนไปกับคุณพ่อคุณแม่ก็จะยิ่งซื้อง่ายสุดๆ เพราะพวกท่านจะเป็นคนจ่ายตังค์ให้ (หัวเราะเขินๆ) แบรนด์ไหนที่ชอบที่สุด ส่วนตัวไม่มีนะ เราใส่ได้ทุกแบรนด์เลย แบรนด์โน่นบ้างแบรนด์นี่บ้าง แต่แบรนด์ที่ใส่บ่อยสุดก็คงเป็นซาร่า (Zara) เพราะมันใส่ง่าย และสามารถหยิบมาแมตช์ได้หลายชุด หลายสไตล์ดี


แต่งตัวเก่งใช่เล่นเลย !

เคล็ดลับดูแลผิวสวย
จริงๆ ผิวเราไม่ได้เนียนสวยอะไรขนาดนั้นนะ เบสิกหลักๆ ก็คงเป็นดื่มน้ำเปล่าให้เยอะมากที่สุดต่อวัน เพราะมันจะช่วยเข้าไปล้างสิ่งตกค้างในร่างกาย ทำให้ผิวสวยกระจ่างใสขึ้น ที่สำคัญสุดคือ พักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 7-8 ชม. ตอนเรียนสถาปัตยฯ เราไม่ค่อยมีเวลานอน เพราะว่างานเยอะมากจริงๆ ตอนนั้นเราเลยเน้นทานวิตามินซีช่วย มาส์กหน้าบ้าง แล้วก็ทาโลชั่นเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวอยู่ตลอด


สวย เลอค่าสุดๆ

สิ่งที่คาดหวังในอนาคตกับชีวิต และการทำงาน 
ต่อไปนี้กับชีวิตเราจะเดินไปทีละสเตปๆ ซึ่งอนาคตอันใกล้เรามีแพลนจะไปเรียนต่อโท เราไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะต้องได้เกรดเท่าไร หรือคว้าเกียรตินิยมอะไร แค่ทำมันให้ดีที่สุด เรียนรู้ตรงนั้นให้ได้เยอะที่สุดก็พอ หลังจากที่เราเรียนจบโทก็จะกลับมาทำงานหาประสบการณ์ดู เพราะเราเองก็ยังไม่เคยฝึกงานเลย เราก็อยากลองฝึกงานดูจะได้รู้ว่ามันเป็นยังไง ขั้นตอนดำเนินงานต่างๆ ที่เราคิดไว้คงไม่ใช่บริษัทคุณพ่อแน่ๆ เราอยากจะออกไปข้างนอก เจอคนจริงๆ ได้ลองทำงาน-เรียนรู้งานจริงๆ จากนั้นพอเราเริ่มมีประสบการณ์ก็ค่อยมาเปิดธุรกิจของตัวเอง เราคิดว่าถ้าจบแล้วทำธุรกิจตัวเองเลยแบบไม่มีประสบการณ์มาก่อน คงน่าจะเจ๊งแน่ๆ (หัวเราะร่า)

ถ้าถามจุดที่ตัดสินใจเรียนต่อโทเลย แทนที่จะหาประสบการณ์ทำงานก่อน เอาตรงๆ เลยคือ 1. เราอยากไปเที่ยว เพราะอย่างที่บอกมันไปเรียนตั้ง 3 ประเทศเลย ฉะนั้นมันจะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ จากที่นั่นเยอะมาก และ 2. คือคุณพ่อกลัว พอเราทำงานแล้วจะไม่ได้ไปเรียนต่อ เพราะมีหลายเคสมากๆ ที่เป็นแบบนั้น คุณพ่อก็เลยฟิกอยากให้เรารีบๆ เรียนก่อน แต่เอาจริงๆ ใจลึกๆ เราก็อยากหาประสบการณ์ก่อนนะ มันก็สองจิตสองใจอยู่เหมือนกัน แต่มันยังดีที่ตอนนี้เรามีธุรกิจรองรับอยู่ทำให้ตัดสินใจอะไรต่างๆ ง่ายขึ้น

loading...
loading...

..................................................................................................................
ที่มา :http://www.thairath.co.th/content/612013


0 comments:

Post a Comment

loading...

Popular Posts

loading...